โรงเรียนเขาทะลุพิทยาคม
หมู่ที่ 1   ตำบลเขาทะลุ  อำเภอสวี จังหวัดชุมพร 86130
เบอร์โทรศัพท์ 077-620061
ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ภาพกิจกรรม
นักเรียนแสดงนิทรรศการ\\\\\\\\\\\\\\\\
     โรงเรียนเขาทะลุพิทยาคมได้ส่งตัวแทนนักเรียนไปแสดงนิทรรศการในงาน "ศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้ ครั้งที่ 61 จังหวัดชุมพร" เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กาแฟเขาทะลุ "
ความเป็นมา

กาแฟพันธุ์โรบัสต้า

          ประเทศไทยเราปลูกกาแฟโรบสต้าได้เฉพาะในภาคใต้บนพื้นที่ราบต่ำตามไหล่เขา ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 700 เมตร กาแฟพันธุ์นี้ชอบอากาศร้อนชื้นที่อุณหภูมิ 25-32 องศาเซลเซียส และฝนตกสม่ำเสมอ ปลูกมากที่สุดบริเวณตำบลเขาค่ายและเขาทะลุ อำเภอสวี  จังหวัดชุมพร กาแฟโรบัสต้ากว่า 60 เปอร์เซ็นต์เป็นผลผลิตของจังหวัดชุมพร นอกจากนี้ก็มีปลูกที่จังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และพังงา ซึ่งคิดเป็น 99 เปอร์เซ็นต์ของกาแฟที่ผลิตได้ในประเทศไทย ตรงกันข้ามกับกาแฟอาราบิก้าที่เพาะปลูกได้ผลดีเฉพาะบนดอยสูงอากาศหนาวเย็นอย่างในจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ตาก  แม่ฮ่องสอน และอุตรดิตถ์ ซึ่งผลิตได้เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของกาแฟทั้งหมด

          กาแฟโรบัสต้า (Robusta) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Coffea canephora Pierre ex A.Froehner อยู่ในตระกูล Robiaceae เป็นพันธุ์กาแฟที่ปลูกง่าย มีความทนทานต่อโรคและสภาพอากาศสูง จึงได้ชื่อว่า Rpbusta อันมีที่มาจากภาษาลาตินคือ Robust ที่แปลว่าแข็งแกร่ง กาแฟโรบ้สต้ามีถิ่นกำเนิดในป่าร้อนชื้น บนพื้นราบ และพื้นที่สูงตามไหล่เขา พบมากตามชายฝั่งทะเลตะวันตกของทวีปแอฟริกา จรดฝั่งทะเลตะวันออกของทวีป และขึ้นมาทางตอนเหนือของทะเลสาบวิกตอเรีย จนถึงทางใต้ของประเทศซูดานกินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก พบหนาแน่นแถบลุ่มแม่น้ำคองโกและลุ่มแม่น้ำคูอิลู (Kouilou) เมล็ดกาแฟจากลุ่มแม่น้ำคองโกนี้เองที่แพร่หลายออกไปทั่วทั้งยุโรปและเอเชียในเวลาต่อๆ     มาประเทศไทยเราเริ่มปลูกกาแฟอาราบิก้ามาก่อน ส่วนกาแฟโรบัสต้าเข้ามาปลูกในไทยครั้งแรกตามหลักฐานบันทึกเมื่อปีพ.ศ.2454 ของสารศาสตร์พลขันธ์ (นายเจรินี) ชาอิตาเลียน ว่าในปี พ.ศ. 2447 นายตีหมุนชาวไทยมุสลินได้นำพันธุ์กาแฟโรบัสต้าเข้ามาปลูกในอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นคนแรก ต่อมาปี พ.ศ.2493 นายกลิ่น สุวตะพันธ์ นำกาแฟโรบ้สต้าจากประเทศอินโดนีเซีย มาเพาะกล้าที่สถานีกสิกรรมบางกอกน้อย (สถานีทดลองพืชสวนบางกอกน้อย) และนำต้นกล้าไปปลูกที่องค์การสวนยางนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

          วิวัฒนาการการพัฒนากาแฟพันธุ์โรบ้สต้าให้เป็นพืชเศรษฐกิจจังหวัดภาคใต้ จึงเริ่มอย่างจริงจังเรื่อยมา มีการส่งเสริมจากภาครัฐอย่างมากนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 กล่าวคือบรรดานักวิชาการจากศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดชุมพรได้ออกสำรวจแปลงปลูกกาแฟโรบัสต้าทั้งในจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี แล้วนำมาปลูกที่ศูนย์วิจัยฯ ต่อมาในปี พ.ศ.2537 ได้นำพันธุ์กาแฟโรบัสต้าจากประเทศฝรั่งเศสเข้ามาทดลองปลูก และในปี พ.ศ.2544 ก็นำต้นกล้าในรูปของกิ่งตอนจากประเทศมาเลเซียมาทดลองปลูกอีกเช่นกันจากนั้นทางศูนย์วิจัยฯจึงได้คัดพันธุ์ดี ต้นแข็งแรง ให้ลูกดก เพาะเลื้ยงเนื้อเยื่อแล้วให้กับเกษตรกรนำไปปลูกต่อ

          เกษตรกรส่วนใหญ่มาจากหลายแห่ง ทั้งจากภาคอีสาน ภาคเหนือและภาคกลาง เพราะสมัยก่อนเป็นที่ร่ำลือกันว่า พื้นที่ชุมพรโดยเฉพาะอำเภอสวีนั้นเป็นด่นแดงร่วนปนทรายและอากาศชื้นซึ่งพอเหมาะกับต้นกาแฟโรบ้สต้าเป็นที่สุด คนมากมายจังแห่กันลงใต้เพื่อแสวงหาแหล่งทำกิน จนชุมพรกลายเป็นจังหวัดแห่งไร่กาแฟ ถึงขนาดนำมาตั้งเป็นคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก"           

          ต้นกาแฟโรบัสต้าพุ่มขนาดกลางลำต้นสูงประมาณ 4 เมตร มีลำต้นและกิ่งก้านแตกแขนงแผ่ออกไปรอบต้น ซึ่งต่างจากพันธุ์อาราบิก้าที่เป็นลำต้นเดียวตรงๆ ขึ้นไปใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบกลมใหญ่หลายใบเรียวแหลม ดอกกาแฟสีขาวนวลออกเป็นกระจุกเรียงตัวยาวบนกิ่ง กลีบเรียวยาวซ้อนกันเป็นชั้นๆ ดมใกล้ๆกลิ่นคล้ายดอกมะลิไม่มีผิด ดอกกาแฟออกเป็น 3 รุ่น ทุกๆ 15 วัน แต่บานได้เพียง 2-3 วันก็โรยราเปลี่ยนเป็นผลแทน

          ผลกาแฟโรบัสต้าสุกไม่พร้อมกัน โดยจะทยอยสุกช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคม  ผลกาแฟโรบัสต้าขึ้นเป็นกระจุกเล็กๆ แน่นรอบข้อกิ่ง ทั้งผลอ่อนผลสุกอยู่ในกระจุกเดียวกัน ผลรูปทรงกลมคล้ายองุ่น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 ซม. ผลจะเล็กกว่าอาราบิก้าที่รูปร่างยาวรี ภายในผลมีเมล็ดเป็นกะลาแยกออกเป็นสองซีก กะลากาแฟโรบัสต้ารูปร่างกลม หลังนูนคล้ายหลังเต่า ในกะลาก็คือเนื้อกาแฟ เมื่อผลยังอ่อนมีสีเขียว ใต้เปลือกมีเมื่อกลื่นแล้วค่อยๆเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆเป็นส้ม แดง และเมื่อสุกเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นผลสีแดงเข้มเกือบคล้ำ มีรสหวานอ่อนๆ กว่าจะโตเต็มที่ให้ได้เก็บเกี่ยวนั้นใช้เวลาปลูกนานถึง 11 เดือน ข้อไหนที่ออกเป็นผลแล้วก็จะไม่เป็นอีก กิ่งนั้นจะตายไป กิ่งใหม่จะแตกขึ้นมาแทนที่ไปเรื่อยๆ

          ด้วยความที่กาแฟโรบัสต้าปลูกในพื้นล่างอากาศร้อนชื้นผลกาแฟจึงสุกเร็วกว่าอาราบิก้าที่บ่มเพาะตัวอยู่บนหุบเขาอากาศหนาวเย็น ทำให้รสชาติของโรบัสต้าด้อยกว่าอาราบิก้า

          กาแฟโรบัสต้าของไทยนับเป็นกาแฟที่มีคุณภาพดี ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดสากล ปัจจุบันไทยเราผลิตกาแฟโรบัสต้าได้ประมาณ 50,000 ตันต่อปี มากเป็นอันดับ 3 ของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซียและเวียดนาม ประเทศที่ปลูกกาแฟโรบัสต้ามากเป็นอันดับต้นๆ  ของโลดคือ บราซิล เวียดนามและโคลัมเบีย กาแฟโรบัสต้าที่ไทยผลิตได้นั้นใช้บริโภคในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ส่งออกเพียงปีละประมาณ 2,000 ตันให้กับ สหรัฐอเมริกา ยุโรป มาเลเซีย เบลเยียม และสิงคโปร์ ทั้งแบบเมล็ดกาแฟและที่แปรรูปแล้ว

ประวัติความเป็นมาของกาแฟเขาทะลุ

                  "ภูผาสูง ทิวทัศน์สวย มากด้วยกาแฟ แลธารลอด”  เขาทะลุเป็นหุบเขาสูงเด่นตระหง่าน เขาทะลุ    รูกลวงที่ยอดเขาเป็นเอกลักษณ์ของ ตำบลก้งมองบริเวณเชิงเขาใต้รูกลวงพบถ้ำธารลอดใหญ่มีน้ำไหลไปตามลำธาร ทะลุไปในมลถ้ำใหญ่พบแต่ความมืดเป็นระยะทางยาว 1,000 เมตร ก็จะพบแสงสว่างของธรรมชาติซึ่งเป็นอีกตำบลหนึ่ง ภายในถ้ำมีโขดหินหาดทราย ค้างคาวฝูงใหญ่ ฯลฯ เป็นความสวยงามที่ธรรมชาติมอบให้อย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนักกาแฟเป็นพืชที่คนทั่วโลกเป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว สำหรับชาวตำบลเขาทะลุได้รู้จักกาแฟเมื่อปี พ.ศ.2511 โดยการที่ชาวตำบลเขาทะลุได้ใช้เส้นทางคมนาคมสู่ตัวอำเภอทางลำแม่น้ำจึงต้องเดินทางผ่านตำบลนาสักทางในถ้ำที่มีน้ำลอดผ่านทะลุและบนภูเขาที่จะลงเรือสู่อำเภอสวี ได้ไปเห็นต้นกาแฟที่นายแคล้ว บัวสงค์(ขณะนี้ได้เสียชีวิตแล้ว) นำมาปลุกที่ หมู่ที่ 6 ตำบลนาสัก

               ในปี พ.ศ. 2513 ได้มีผู้ที่เดินทางจากจังหวัด สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช มาอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3ตำบลเขาทะลุ (ปัจจุบันเป็นตำบลเขาค่าย) มีนายเหริญ แก้วประสงค์ นำกาแฟมาจากบ้าน นางกำ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสักจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาปลูก เป็นร้อยต้นและยังนำมาขายให้กับเพื่อน บ้านที่สนใจจะปลูกอีกด้วยซึ่งขณะนั้นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชลได้ปลูกกาแฟมีฐานะร่ำรวยแล้ว  (เป็นตำเล่าอ้างของผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช)

               ปี พ.ศ. 2522 ราคาผลผลิตกาแฟสูงถึงกิโลกรัมละ100 บาท จึงเป็นแรงบันดาลใจให้มีผู้บุกเบิกป่าเพื่อทำไร่กาแฟเพิ่มมากขึ้นมีผู้เดินทางมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดนครศรีธรรมราช เพิ่มมากขึ้น จนเป็นที่เล่าลือว่าชุมพรเป็นแหล่งผลิตกาแฟมากที่สุดของภาคใต้หรือของประเทศก็ว่าได้และทำให้ผู้คนที่เดินทางมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาจับจองที่ป่าบุกเบิกทำไร่กาแฟจนมีฐานะดีขึ้นก็ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวร

              ปี พ.ศ. 2530 ราคากาแฟเริ่มตกต่ำถึงกิโลกรัมละ 18 บาท เนื่องจากผลผลิตมีมาก มีการประท้วงให้รัฐช่วยในเรื่องการประกันราคา

            ปี พ.ศ. 2539 ราคากาแฟยังไม่ดีขึ้น ประชาชนจึงมีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มธรรมชาติประมาณ 40-50 คนเพื่อจัดตั้งกลุ่มระดมทุนสำรองที่จะแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตกาแฟมาจนถึงปัจจุบัน


        โรงเรียนเขาทะลุพิทยาคมได้ส่งตัวแทนนักเรียนไปแสดงนิทรรศการในงาน "ศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้ ครั้งที่ 61 จังหวัดชุมพร" เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กาแฟเขาทะลุ " เป็นการส่งเสริมรายได้ให้แก่เด็กนักเรียน จากการจัดงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นได้ว่า นักเรียนสามารถนำความรู้ในเรื่องกาแฟซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของชาวเขาทะลุ จากการให้นักเรียนได้ไปศึกษา ความเป็นมา ตั้งแต่การปลูก จนถึง เป็นผลิตภัณฑ์ การแฟสำเร็จรูป จากกลุ่มเกษตรกรการทำสวนกาแฟเขาทะลุ รวมไปถึงการเรียนรู้การทำสูตรการแฟในรูปแบบต่างๆ ไปแสดงในงานนิทรรศการ "ศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้ ครั้งที่ 61 จังหวัดชุมพร" ซึ่งผู้ที่ได้ชิมในรสชาติ ส่วนใหญ่ ชอบ และขอขอบพระคุณ กลุ่มเกษตรกรกาแฟเขาทะลุที่ให้ความรู้ และ ผู้ที่มาชมนิทรรศการ ที่ให้ตำติชมต่างๆเพื่อนำมาพัฒนาต่อไป

            

โพสเมื่อ : 14 ธ.ค. 2554,14:28   อ่าน 1271 ครั้ง